:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยว 76 จังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
จองบ้านพักอุทยานฯ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอุทยาน
ตำรวจท่องเที่ยว
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
ขสมก.
บริษัท ขนส่ง จำกัด
นครชัย แอร
สมบัติ ทัวร์
ตรวจสอบระยะทาง  
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
อาดัง ซี แอดเวนเจอร์ ทัวร์
ซาบีน่า ทัวร์
ชมรมคนรักเกาะสุรินทร์
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
มอแกน.org
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
ตากล้องดอทคอม
อุปกรณ์ดำน้ำ 
สนามเดินป่า  
ตรวจสลากรัฐบาล
Siamphone
โลโก้ไทยแลนด์
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
Direct Admin ::: friend
 บริษัท เซิร์ฟเวอร์ทูเดย์ (ประเทศไทย) จำกัด
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report


:::::: เด็กดอย..พาเที่ยวน้ำตกทีลอซู ::::::
อำเภออุ้มผาง เดิมทีมีชื่อเรียกว่า “อุ้มผะ” เป็นภาษากะเหรี่ยงหมายถึง กระบอกใส่จดหมาย หรือกระบอกนำสาสน์ ทำมาจากไม้ไผ่จักสานเป็นทรงกระบอกมีฝาปิด เดิมที อุ้มผะ คือเมืองหน้าด่าน มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางเข้าออกระหว่างไทย-พม่า (ปัจจุบันเรียกว่า ด่านตรวจคนเข้าเมือง) สมัยนั้นเมืองอุ้มผะขึ้นตรงกับจังหวัดอุทัยธานี ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 ได้ประกาศให้ขึ้นกับจังหวัดตาก โดยเปลี่ยนมาเป็น กิ่งอำเภออุ้มผาง คำว่า “อุ้มผาง” นั้นเป็นคำที่เพี้ยนมาจาก อุ้มผะ และเปลี่ยนสถานะเป็นอำเภออุ้มผาง ซึ่งเป็นอำเภอลำดับที่ 8 มาจนถึงปัจจุบัน



อำเภออุ้มผางมีเนื้อที่ 2,703,362 ไร่ เป็นอำเภอที่มีเนื้อที่มากที่สุดติดอันดับ 1 ใน 8 ของประเทศไทย แต่มีพื้นที่ราบเพียง 3% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นป่าเขา ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก จนได้ประกาศตั้งเป็นมรดกโลก จึงก่อให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย



สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ถึงตาก ระยะทางประมาณ 425 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวจังหวัดตาก 7 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 105 สายตาก-แม่สอด ถึงอำเภอแม่สอดะยะทาง 86 กิโลเมตร และจากอำเภอแม่สอดมีทางแยกซ้ายตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1090 สายแม่สอด-อุ้มผาง ถึงอำเภออุ้มผางระยะทาง 164 กิโลเมตร บนเทือกเขาถนนธงชัย เป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อน มีโค้งทั้งหมด 1,219 โค้ง เป็นที่รู้จักกันในนามของ ถนนแผ่นดินดอยลอยฟ้า จากอำเภอแม่สอดถึงอำเภออุ้มผางใช้เวลาในการเดินทาง 4-5 ชั่วโมง รวมระยะทางทั้งหมด 689 กิโลเมตร




:::::
วันแรกที่อุ้มผาง
หลังจากนั่งรถตู้ VIP ออกจากกทม. พักผ่อนในรถกันจนเต็มอิ่มมาถึงที่พัก สวนเรือนแก้วรีสอร์ท พอเปิดประตูรถออกมาเราก็รู้สึกถึงความสดชื่นของอากาศอันบริสุทธิ์ เสียงของลม กลิ่นของต้นไม้ เสียงจิ๊บๆ ของนกนานาพันธุ์ มันทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยางบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ...... “ สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่สวนเรือนแก้วรีสอร์ทครับ” เสียงเหน่อจากไกด์พื้น ที่มาต้อนรับเรา พร้อมบอกการเตรียมตัวในการท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูกับเราอย่างเป็นกันเอง มันทำให้เราเริ่มรู้สึกสนุกสนานตั้งแต่วินาทีแรก พอทำธุระส่วนตัวและเตรียมสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เสียงไกด์ดังขึ้นอีกครั้ง “เชิญทานอาหารเช้าที่คุ้มมะค่านะครับ” ตามสูตรครับ กาแฟ ไมโล โอวัลตินและปาท่องโก๋จิ่มนม พร้อมข้าวต้มชุดใหญ่ มื้อนี้มีเมนูแปลกไกด์บอกว่า ผัดผักกูดไฟแดง ของเค้าสดกรอบอร่อยจริงๆครับ.......
หลังจากทานอาหารเสร็จ... ผมกับไกด์ท้องถิ่นก็พาสมาชิกไปยังจุดลงเรือ พร้อมแจกชูชีพให้คนละตัว ผมบอกให้สมาชิกเอากล้องถ่ายรูปไปด้วย เพราะถ้าไม่เอาไปจะเสียใจนะครับ ถ้าใครมีถุงกันน้ำก็ควรเตรียมไปด้วยจะป็นประโยชน์มากครับ       สำหรับลำน้ำที่เราล่องเรือยางนั้น เค้าเรียกว่า...




:: ลำห้วยแม่กลอง
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่กลองอีกสายหนึ่ง ที่ไหลไปออกที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีเป็นแหล่งต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์มากครับ มีน้ำตกน้อยใหญ่อยู่ตลอดสองฝากฝั่ง และป่าแห่งนี้ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก จึงได้แต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกเลยครับ เรามาดูกันครับว่า เส้นทางที่เราล่องเรือยาง ไปนั้น ผ่านสถานที่อะไรที่น่าสนใจบ้าง



:: ถ้ำผาโหว่
เป็นที่แรกที่เราจะได้เห็นเมื่อเราล่องเรือผ่านโค้งน้ำจากท้ายรีสอร์ท ถ้ำผาโหว่ เป็นถ้ำขนาดเล็ก ลักษณะตัน เล่ากันว่า สมัยก่อน ได้สำรวจพบเครื่องใช้โบราณ จำพวก หม้อ ไห จาน ชาม ปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แล้ว


:: น้ำตกทีลอจ่อ หลังจากผ่านถ้ำผาโหว่ไม่ถึง 20 นาที เสียงชัตเตอร์ก็เริ่มผลัดกันดังขึ้นเลยครับ กับภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าของพวกเรา คือ น้ำตกทีลอจ่อ ซึ่งทอดกระแสของสายน้ำตกลงจากหน้าผาสูงกว่า 80 เมตร สู่ลำห้วยแม่กลองเบื้องล่าง แสงแดดกระทบละอองน้ำตก ทำให้เห็นม่านละอองฝนสีขาวฟุ้งกระจาย กลุ่มมอสและเฟริน์เขียวขจีเป็นเต็มพื้นโขดหินเป็นภาพที่สวยงามมากครับ มีเสียงแว่วจากท้ายเรือว่า “น้ำตกทีลอจ่อ เป็นภาษากะเหรี่ยงครับ แปลว่า น้ำตกสายฝน” มีสองชั้น ชั้นสองสามารถเดินทางโดยรถยนต์ตามเส้นทางอุ้มผาง-ปะละทะ ห่างจากตัวอำเภอเพียง 3 กิโลเมตร และเดินตามไหล่เขาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะพบตัวน้ำตกทีลอจ่อชั้นสอง เป็นที่พักผ่อนสำหรับชาวบ้านครับ
                                                  

:: น้ำตกสายรุ้ง
พอออกจากน้ำตกทีลอจ่อ ล่องเรือไปไม่ถึง 5 นาที เราก็จะพบน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร ทอดยาวขนานลำห้วยเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร เห็นจะได้ ฟุ้งฝอยของละอองน้ำยามเมื่อกระทบกับแสงแดด ทำให้เรามองเห็นรุ้งกินน้ำทอดตัวรับแสงอยู่เบื้องหน้าเรา ไม่ใช่แค่รุ้งสายเดียวนะครับ เราเห็นหลายสายตลอดน้ำตกเลยก็ว่าได้ ตะลึงจนเกือบลืมหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพไว้เลยครับ ความประทับใจนี้ไม่สามารถบรรยายได้โดยละเอียด นอกจากมาสัมผัสด้วยตัวเองครับ “ถ่ายรูปเสร็จแล้ว เก็บกล้องให้เรียบร้อยนะครับ เดี๋ยวจะพาล่องเรือลอดใต้รุ้งครับ” ไกด์พื้นที่บอกเรา ทุกคนจึงรีบเก็บกันยกใหญ่ “อูยยย” เสียงร้องของสมาชิกดังขึ้น หลังจากที่ผ่านม่านน้ำตกสายรุ้ง ไม่น่าเชื่อครับว่า จะเย็นจับใจขนาดนี้ บางคนถึงกับเริ่มสั่น เพราะความหนาวเย็นของละอองน้ำตกสายรุ้ง

:: บ่อน้ำร้อน เสียงไกด์ดังมาจากท้ายเรือว่า “ เดี๋ยวจะพาไปแช่น้ำอุ่นคลายหนาวครับ ” ไม่จริงมั้ง! ในป่าแบบนี้จะมีน้ำอุ่นได้ยังไง!! ถ้าจอดเรือแล้วก่อไฟยังจะน่าเป็นไปได้มากกว่า พอล่องเรือตามลำห้วยไปได้ซักระยะหนึ่ง ผมได้พายเรือเข้าจอดทางซ้าย


“ ถึงแล้วครับ....
บ่อน้ำร้อน ” ไกด์เราเสริมขึ้นหลังจากจอดเรือผูกเรือเรียบร้อยแล้ว ไกด์และผมก็พาคณะเราเดินขึ้นไปบนเดินเขาเล็กๆ ก็พบกับตาน้ำขนาดกว้างประมาณ 4x5 เมตร “ลองลงแช่ดูครับ
อุณหภูมิประมาณ 30-37องศา มีแร่ธาตุทที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อุ่นสบายที่สำคัญไม่มีกลิ่นกำมะถันเลยครับ” ไม่น่าเชื่อครับธรรมชาติได้สร้างสรรทุกอย่างได้ลงตัว โดยที่ไม่ต้องพึ่งพามันสมองของมนุษย์

:: แก่งตะโค๊ะบิ เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลเป็นภาษาไทยว่า “แก่งมะม่วงแบน” แก่งขนาดเล็ก แต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสมาชิกในเรือได้ครับ ที่มาของซื่อแก่งตะโค๊ะบิ คือ เมื่อก่อนตอนที่ยังใช้แพไม้ใผ่ในการล่องเรือ แก่งตะโค๊ะบิ คือ แก่งที่น่ากลัวสำหรับนักท่อแพมากเพราะมี ต้นมะม่วงป่าที่มีผลแบนๆ ขนาดใหญ่กรีดขวางอยู่ ยากนักที่จะรอดพ้นไปได ้ส่วนมากจะเกิดการชนและก็ตกน้ำกันส่วนใหญ ่จึงเป็นที่มาของชื่อแก่งตะโค๊ะบิครับ


:: น้ำตกมู้ทะลู่ เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีชั้นเดียวอยู่ริมฝั่งลำห้วยแม่กลอง มีความกว้างประมาณ 3-4 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร เกิดมาจากลำห้วยมู้ทะลู่ และไหลตกลงมาจากหน้าผาขนาดเล็กสู่ลำห้วยแม่กลอง เป็นจุดที่ผมและไกด์ท้องถิ่นแวะให้สมาชิกทานอาหารกลางวันกัน “ผัดพริกหมูกับไข่ต้มครับ อาหารกล่องธรรมดา แต่บรรยากาศหาไม่ได้ตามห้างสรรพสินค้าหรือภัตตาคารดังๆ เลยนะครับ”

:: ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาเลือด เป็นจุดสิ้นระยะของการล่องเรือยางจุดที่หนึ่ง เพื่อเปลี่ยนการเดินทางมาเป็นรถโดยสารพื้นที่ ระยะทางจากผาเลือดไปถึงจุดที่ทำการน้ำตกทีลอซู 15 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง (ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนจะต้องเดินเท้าจากท่าทราย เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร) เมื่อก่อนนี้ทางโหดมาก แต่ปัจจุบันเส้นทางได้พัฒนาแล้ว ทำให้เดินทางได้สะดวกขึ้น
 


:: น้ำตกทีลอซ ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (น้ำตกทีลอซู) พอลงจากรถมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นน้ำตกเลย มีแต่เต้นท์กางเต็มไปหมด ไกด์ท้องถิ่นบอกกับต้นท์เราว่า ตรงบริเวณนี้ป็นลานกางเต้นท์ ส่วนตัวน้ำตกต้องเดินไปอีก 1.5 กิโลเมตร จากนั้นผมจึงบอกว่าให้สมาชิกเก็บสัมภาระเข้าเต้นท์ทำธุระส่วนตัว พักผ่อนกันตามอัธยาศัย “พรุ่งนี้เช้าผมถึงจะพาสมาชิกไปชมน้ำตกทีลอซูกันนะครับ” เหตุผลที่ผมไม่พาเข้าชมน้ำตกช่วงบ่ายวันนี้เลยก็เพราะ การเข้าชมน้ำตกช่วงบ่ายนั้นจะมีเวลาเที่ยวน้อย ถ่ายรูปก็ไม่สวย อีกทั้งกว่าจะเดินเข้าไปเวลาก็ใกล้เย็นแล้ว (เจ้าหน้าที่อนุรักษ์จะปิดทางเข้าออกเวลา 17.00 น.) ดังนั้นผมจึงพาสมาชิกไปเล่นน้ำที่ไหลผ่านบริเวณต้นท์ของเรา น้ำใสและเย็นสดชื่นมากครับ และน้ำนี้ก็เป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกทีลอซูอีกด้วยนะครับ



 
::::: วันที่สอง เช้าตรู่...เป็นจริงอย่างที่ผมว่า ทุกอย่างลงตัวหมดทั้งแสงแดด น้ำตก ป่า และช่วงเวลา ดีกว่าตอนบ่ายมากเลยครับ คำว่า “ทีลอซู” เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ซึ่งกำเนิดมาจากสายน้ำ 2 สาย ลำห้วยแม่จัน+ลำห้วยกล้อทอ ตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำตกทีลอซู เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร มีความกว้างประมาณ 500 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอด 300-400 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดิบที่สมบูรณ์ มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก หลังจากเที่ยวกันจนหนำใจแล้ว ผมก็พาสมาชิกเดินทางกลับเพื่อไปพักที่สวนเรือนแก้วรีสอร์ท บรรยากาศดีมากครับ อาหารอร่อย (ชอบยำผักกูดอ่ะ) ตั้งอยู่บนเนินเขา มีลำห้วยแม่กลองไหลผ่าน ลักษณะห้องพักจะเป็นแบบหมู่คณะ (บ้านหลังเล็กสุดพักห้องละ 4 คน หลังใหญ่สุดประมาณ 12 คน) ครับ


::::: วันที่สาม

:: ดอยหัวหมด จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกไกลสุดตากับทิวเขาที่สลับกันสวยงาม ดอยหัวหมดห่าง จากรีสอร์ทประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที

:: น้ำตกพาเจริญ เป็นน้ำตกขนาดดกลางไหลลดหลั่นเล่นระดับชั้นกันถึง 97 ชั้น ตั้งอยู่อำเภอพบพระ ระหว่างทางแม่สอด-อุ้มผาง เป็นที่แวะรับประทานอาหารกลางวัน และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกของพวกเราครับ

:: ตลาดริมเมย เป็นตลาดขายสินค้าของฝาก ติดกับชายแดนไทย-พม่า ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีแม่น้ำเมยเป็นตัวกั้นพรมแดน (แม่น้ำเมยหรือพม่าเรียกว่า แม่น้ำตองหยิ่น เป็นแม่น้ำ 1 ใน 3 สายที่ไหลขึ้นสู่ทางทิศเหนือ) ที่ตลาดริมเมยนั้นมีสินค้าเด่นๆ คือ พวกของตกแต่งบ้านทำจากไม้สักครับ

:: ตลาดดอยมูเซอ เป็นตลาดขายสินค้าพื้นเมืองของชาวเขาเผ่ามูเซอ สินค้าจะเป็นจำพวก กล้วยไม้ป่า น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ผัก ผลไม้สด ที่ปลูกแบบไร้สารพิษตามโครงการพระราชดำริ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางแม่สอด-ตาก ซึ่งเป็นอีกจุดที่เราแวะให้สมาชิกซื้อไปฝากคนทางบ้านครับ
  

ธรรมชาติ..ป่าเขา ลำธาร และสายหมอก บ้านเกิดของเด็กดอย หวังว่าจะได้ต้อนรับสมาชิกทุกท่านนะครับ



อัลบั้มรวมภาพน้ำตกทีลอซูอัลบั้มรวมภาพน้ำตกทีลอซู

ประมวลภาพ 1 ในหลายทริปแห่งความทรงจำ "ของตำนานทีลอซู"

เรื่อง : เด็กดอย
ภาพ : คมสันต์ คุ้มสิ่งสัน


:: รวมภาพเส้นทาง..น้ำตกทีลอซู
::::: การเดินทาง :::::
ทางรถยนต์

จังหวัดตากอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 426 กม. ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกซ้ายที่วังน้อย เข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้ง ผ่านเข้าจังหวัดกำแพงเพชร ตรงเข้าจังหวัดตาก รวมระยะทาง 426 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง ทางรถโดยสารประจำทาง
บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-ตาก และกรุงเทพฯ-แม่สอด ทุกวัน รายละเอียดติดต่อสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 936-3660, 936-3666 หรือที่บริษัท ถาวรฟาร์ม จ. ตาก โทร. (055) 511054 และบริษัท ทันจิตต์ จ. ตาก โทร. (055) 511307


ทางอากาศ

สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ-แม่สอด โดยเครื่องบินโดยสารของการบินไทย กรุงเทพฯ-พิษณุโลก แล้วเปลี่ยนเที่ยวบินที่พิษณุโลก มีบริการเฉพาะวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์และอาทิตย์ รายละเอียดติดต่อบริษัทการบินไทย จำกัด โทร. 280-0060 และ 628-2000
การเดินทางจากจังหวัดตากไปยังจังหวัดต่าง ๆ


นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางจากจังหวัดตากกลับกรุงเทพฯ หรือไปยังจังหวัดอื่น สามารถเลือกใช้บริการพาหนะต่างๆ ได้คื

- เครื่องบิน บริษัทการบินไทย จำกัด มีบริการเที่ยวบินจากจังหวัดตากและอำเภอแม่สอดไปเมืองต่างๆ คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพิษณุโลก ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การบินไทย จำกัด สำนักงานตาก โทร. (055) 512164 สำนักงานแม่สอด โทร. (055) 531440, 531730
- รถโดยสาร บริษัทขนส่ง จำกัด และบริษัทรถเอกชนหลายบริษัทบริการทั้งรถโดยสารปรับอากาศและรถธรรมดา ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์ขนส่งจังหวัดตาก โทร. (055) 511057 นอกจากนี้ยังมีบริษัทรถเช่าให้บริการในเขตอำเภอเมือง


ระยะห่างระหว่างจังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง
ตาก-สุโขทัย 79 กิโลเมตร
ตาก-กำแพงเพชร 68 กิโลเมตร
ตาก-นครสวรรค์ 185 กิโลเมตร
ตาก-พิจิตร 157 กิโลเมตร
อาณาเขตและการปกครอง :
ทิศเหนือ จดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง
ทิศตะวันออก จดจังหวัดสุโขทัย
ทิศตะวันตก จดประเทศสหภาพพม่า โดยมีแม่น้ำเมยและทิวเขาตะนาวศรีเป็นเส้นกั้นพรมแดน
ทิศใต้ จดจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี นครสวรรค์ และกำแพงเพชร


อ่านเรื่องสั้นทั้งหทดได้ที่นี่....
อุ้มผางคี : เที่ยวป่าหน้าฝน...แหล่งต้นน้ำแห่งอุ้มผางคี พงไพรแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร  อ.อุ้มผาง จ.ตาก อุ้มผางคีู : เที่ยวป่าหน้าฝน... จ.ตาก แหล่งต้นน้ำแห่งอุ้มผางคี พงไพรแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร
อ่านต่อ...
  เปรโต๊ะลอซู..ดินแดน..น้ำตกบนฟ้า เปรโต๊ะลอซู   จ.ตาก
ดินแดน..น้ำตกบนฟ้า
อ่านต่อ...
อุ้มผางคีู : ต้นธารแห่งสายน้ำ ถึง ทุ่งใหญ่นเรศวร จ.ตาก อุ้มผางคีู : ต้นธารแห่งสายน้ำถึงทุ่งใหญ่นเรศวร จ.ตาก สำเนียง...แห่งป่า... บินข้ามเทือกเขามาเป็นฝูง อ่านต่อ...   น้ำตกเปรโต๊ะลอซู บนเทือกเขาดอยสามหมื่น  อ.อุ้มผาง จ.ตาก น้ำตกเปรโต๊ะลอซู บนเทือกเขาดอยสามหมื่น   จ.ตาก แหล่งกำเนิดแห่งสายน้ำแม่จัน ต้นธารบนเทือกเขาสูง อ่านต่อ...
อุ้มผางและอุ้มผางคี จ.ตาก อุ้มผางคี จ.ตาก บนผืนแผ่นดินลอยฟ้า..ที่แทรกตัวไปตามเทือกแห่งภูขุนเขาในป่าใหญ่ อ่านต่อ...   จังหวัดตาก เมืองนี้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เมืองสี่มหาราช เมืองที่ไม่ควรผ่านเลย... จังหวัดตาก   เมืองนี้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เมืองสี่มหาราช เมืองที่ไม่ควรผ่านเลย... อ่านต่อ...
" อุ้มผางคี " ความมันส์กลางสายน้ำ อุ้มผางคีู : ความมันส์กลางสายน้ำ จ.ตาก
เมื่อต้องผ่านเส้นทางสายปราบเซียน อ่านต่อ...
  ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จ.ตาก หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ค่ำคืน..สายปิงจะงดงามที่สุด ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง   จ.ตาก หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ค่ำคืน..สายปิงจะงดงามที่สุด อ่านต่อ...
เด็กดอยพาเที่ยว " น้ำตกทีลอซู " เด็กดอยพาเที่ยว " น้ำตกทีลอซู "   จ.ตาก
น้ำตกที่ติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และเป็น 1ในเอเชีย อ่านต่อ...
     

  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการล่องแก่ง
         การแบ่งระดับความยากง่ายของสายน้ำที่เราจะไปล่องแก่ง สามารถแบ่งได้เป็น 6 ระดับ เริ่มจากระดับง่ายๆ คือระดับที่ 1 ไป ถึงระดับ 6 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ยากที่สุด
ระดับ 1
จัดได้ว่าเป็นระดับที่ง่ายมาก คนทั่วไปสามารถพายได้บนสายน้ำไหลเอื่อย เรียกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มล่องแก่งเป็นครั้งแรก
ระดับ 2
สายน้ำที่ไหลแรงขึ้นมาอีกระดับ ในระดับนี้ผู้พายจะต้องมีทักษะในการพายอยู่พอสมควร
ระดับ 3
สายน้ำแรงระดับปานกลาง มีแก่งให้ผู้พายได้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ ในการพายจะต้องฝึกฝนเทคนิคการพาย และเรียนรู้ถึงลักษณะของสายน้ำ
ระดับ 4
เป็นระดับที่ยากต้องใช้เทคนิคการพาย และต้องใช้ความระมัดระวังในการล่องแก่ง
ระดับ 5
อยู่ในระดับที่ยากมาก สายน้ำไหลเชี่ยว จะต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์ในการพายสูง นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังในการล่องแก่งเป็นพิเศษ
ระดับ 6
จัดอยู่ในระดับที่อันตรายไม่เหมาะสำกรับการล่องแก่ง เพราะแก่งมีลักษณะเป็นน้ำตก

ไปล่องแก่งต้องเตรียมอะไรบ้าง
• หากจะไปล่องแก่ง นอกจากจิตใจ ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการล่องแก่งแล้ว สิ่งที่ควรตระเตรียมเพิ่มเติม ได้แก่
• เสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วกระชับ มีความคล่องตัว เนื้อเบาและแห้งง่าย เช่น กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด
• รองเท้าสำหรับสวมใส่ในขณะล่องแก่ง ควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา ไม่อุ้มน้ำ มีสายรัดส้นเท้า เพื่อไม่ให้หลุดหายไปกับสายน้ำ
• นอกจากนี้ยังมีข้าวของประเภทอื่นๆอีก เช่น ถุงกันน้ำสำหรับใส่สัมภาระที่ไม่อยากให้เปียกน้ำ อาหาร เต็นท์ และเครื่องนอน สำหรับการล่องแก่งที่จะต้องใช้ระยะเวลานาน หรือในระยะไกล
• สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ก็คือยา และเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น สิ่งเหล่านี้ควรพกเอาไว้ไม่เสียหลาย


วิธีการช่วยเหลือตนเองเมื่อตกน้ำ

• หากพลัดตกลงไปในน้ำ ควรจดจำวิธีการช่วยเหลือตนเองเพื่อนำไปปฏิบัติตาม ดังนี้
• พยายามว่ายน้ำเข้าหาเรือหรือเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายจากกระแสน้ำและแก่งหิน
• พยายามลอยตัวให้อยู่เหนือน้ำในท่านอนหงาย ยกขาสองข้างขึ้นในระดับผิวน้ำ เพื่อให้เสื้อชูชีพช่วยพยุงตัวให้ลอย
• ในขณะที่กำลังถูกน้ำพัดไปเรื่อยๆให้เหยียดขาไปตามด้านที่กระแสน้ำไหล เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง จากการกระแทกกับหินและค่อยๆเตะขาในน้ำ เพื่อช่วยชะลอความเร็วของกระแสน้ำที่พัด
• อย่างอเข่าหรือคว่ำหน้าเพราะจะทำให้ร่างกายไปกระแทกกับสิ่งทิ่อยู่ใต้น้ำได้
• หากไม่มีโอกาสว่ายน้ำเข้าฝั่งก็ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำตอนต้น พยายามตั้งสติและหาที่ยึดเกาะเพื่อรอเรือ หรือทีมช่วยเหลือมารับ
• หากตกในกระแสน้ำเชี่ยว ไม่ควรรีบเกาะเรือยางเพราะกระแสน้ำจะพัดพาเรือไปด้วยความเร็ว อาจได้รับอันตรายจาดโขดหินหรือกิ่งไม้

          
  




.
เพื่อนท่องเที่ยว ขอขอบคุณ..
" เด็กดอย" ด้วยนะครับที่ส่งเรื่องเล่าดีๆ และขอขอบคุณ คุณ คมสันต์ คุ้มสิ่งสัน ที่เอิ้อเฟิ้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านและชมกันมากนะครับ