อย่า! คาดหวังว่าโรงแรมทุกประเทศจะมีมาตรฐานเดียวกัน คุณควรรู้เรื่องเหล่านี้ก่อนเดินทาง....
นักเดินทางที่ไปมาแล้วรอบโลกจะยืนกับคุณเลยว่าไม่มีโรงแรมไหนที่เหมือนกันไปหมดทุกอย่าง
โรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศหนึ่ง อาจเทียบได้กับโรงแรมระดับ 3 ดาว ในอีกประเทศ
แม้โรงแรมจะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ความจริงแล้ว การออกแบบหรือตกแต่งรวมทั้งเครื่องใช้ในห้องพักของโรงแรมก็มักจะมาจากความเชื่อและธรรมเนียมท้องถิ่นเป็นหลัก
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณคาดหวังแบบผิดๆ เราจึงขอนำเสนอสิ่งที่คุณควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่าจะได้เจอจากโรงแรมในประเทศต่างๆ
ไทย 
ชาวต่างชาติที่เดินทางมาพักอาศัยที่โรงแรมในเมืองไทยจะรู้สึกได้เลยว่า
ช่างเป็นอะไรที่คุ้มค่าเสียเหลือเกิน เนื่องจากแดนสยามของเรา
มีชื่อเสียงในเรื่องโรงแรมหรูชั้นยอดราคาไม่แพง ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายแห่ง
เช่น โรงแรมแชงกรีลา และโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลในกรุงเทพ โรงแรมแชงกรีลาในเชียงใหม่
และโรงแรมเชอราตันในพัทยา เป็นต้น งานนี้คาดหวังไว้ได้เลยว่าลูกค้าจะได้รับการปฏิบัติราวกับราชา
โดยตามปกติแล้ว โรงแรมจะมีน้ำผลไม้หรือชาไว้บริการที่โต๊ะต้อนรับ จัดวางดอกไม้ไว้บนเตียง
รวมถึงเตรียมกระเช้าดอกไม้และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้รอท่า อย่างไรก็ตาม
น้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกอาจจะปนสีเหลืองหรือสีน้ำตาลบ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะตามโรงแรมต่างจังหวัด
(แต่ปลอดภัยต่อการใช้แน่นอน) นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับโรงแรมขนาดเล็กก็คือ
ฝาผนังในห้องพักจะไม่มีฉนวนกันเสียง ส่งผลให้เกิดเสียงดังรบกวน ถ้าไม่ได้อาศัยอยู่ในชั้นสูงๆ
แล้วล่ะก็ มีโอกาสมากที่จะได้ยินเสียงการจราจรและเสียงอึกทึกจากภายนอก
ยังไม่ต้องพูดถึงเสียงในโรงแรมที่หนวกหูไม่แพ้กัน ดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะบอกเพื่อนหรือคนรู้จักชาวต่างประเทศที่จะมาเยือนเมืองไทยให้นำที่อุดหูติดไม้ติดมือมาด้วย
ทิ้งท้ายอีกนิดว่า อย่ากระโดดพุ่งหลาวไปบนเตียง เนื่องจากเตียงของโรงแรมในไทยแข็งกว่าในประเทศอื่นๆ
หากเผลอไผลกระโดดไป อาจลงท้ายด้วยการไม่หายใจก็เป็นได้
ญี่ปุ่น
ดินแดนซามูไรแห่งนี้เป็นที่รู้กันมานานในเรื่องที่ดินราคาแพงหูฉี่
เพราะพื้นมีอยู่อย่างจำกัด เพราะฉะนั้น อย่าคาดหวังว่าห้องพักใน
โรงแรมญี่ปุ่น
จะกว้างขวางเหมือนบ้านเรา
บอกได้เลยว่าที่ว่างตรงหัวนอนมีขนาดแคบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รูปร่างสูงใหญ่ นอกจากนี้ คุณควรระมัดระวังศีรษะให้ดีเพื่อจะไม่ไปฟาดกับขอบประตู-ขณะที่เดินเข้า-ออก
ห้องพักหรือห้องน้ำ การอาบน้ำในกรุงโตเกียวก็เป็นประสบการณ์ที่สุดแสนจะอึดอัด
เพราะข้อศอกของคุณมีอันจะต้องได้ไปชนกับผนัง ชั้นวาง ฝักบัว และอื่นๆ เป็นประจำ
ที่สำคัญ และควรระวังปุ่มกดชักโครกไว้ เนื่องจากในญี่ปุ่นใช้สุขภัณฑ์ชำระล้างแบบอัตโนมัติ
เพราะงั้น ถ้าคุณยังไม่คุ้นเคยกับมัน ก็อาจจะมีอะไรให้ได้แปลกใจเล่นกันบ้างล่ะ
สำหรับเตียงนอนนั้นออกจะค่อนแข็งและเล็กกว่าเตียงทั่วไปในบ้านเรา เรียกว่าเป็นเตียงสไตล์ญี่ปุ่น
ส่วนหมอนก็มักจะบรรจุไว้ด้วยเมล็ดโซบะหรือเมล็ดบัควีท ซึ่งทั้งคู่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยหนุนรองคอคุณได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว สิ่งอื่นๆ ในโรงแรมก็จัดว่าว่ายอดเยี่ยม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนักงานของโรงแรมที่ญี่ปุ่นมีความสุภาพมากๆ และเต็มใจให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด
โรงแรมในญี่ปุ่นที่แนะนำให้ลองไปพัก
:
- โรงแรมแคปซูลที่ซึ่งคุณจะได้เอนกายพักผ่อนในห้องพักที่มีลักษณะเป็นแคปซูล
แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่เป็นโรคกลัวที่แคบ เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในรังผึ้งหรือรังมด
แคปซูลแต่ละช่องก็มีโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์ และผ้าม่านที่ทำหน้าที่เหมือนประตู
- โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกกันว่า เรียวกัง เช่น โรงแรม
Yamatokan Ryokan ในชิสึโอกะ โดยแขกผู้เข้าพักจะต้องถอดรองเท้าออกและสวมรองเท้าแตะของโรงแรมแทน
สำหรับห้องพักนั้น ก็ปูด้วยเสื่อทาทามิและมีฟูกแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า futons
ไว้ให้ลูกค้านอน
อิตาลี 
โรงแรมในเมืองมักกะโรนีคล้ายกับที่ญี่ปุ่นตรงที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง
เหตุผลก็เนื่องมาจากพื้นที่ซึ่งค่อนข้างจำกัด แถมสุขภัณฑ์ชำระล้างแบบอัตโนมัติก็ใช้กันอย่างแพร่หลายเหมือนกันอีกด้วย
(ฉะนั้น ก่อนดื่มน้ำจากตู้น้ำ ดูให้ดีๆ ก่อนว่าใช่แน่รึเปล่า) โรงแรมส่วนใหญ่บริหารงานแบบครอบครัว
จึงให้ความรู้สึกที่สงบเหมือนอยู่กับบ้าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณได้สัมผัสกับความสดชื่น
ที่แตกแต่งจากเครือโรงแรมในภูมิภาคอื่น แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ดูจะน้อยไปเสียหน่อย
(ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส บาร์ และอื่นๆ) ขณะที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องพักอย่าง
เครื่องชงชา/กาแฟ และเครื่องเป่าผมก็แทบจะไม่มีเอาซะเลย นอกจากนี้ เตรียมท้องร้องในยามเช้าไว้ด้วย
เนื่องจาก โรงแรมอิตาลี
ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมื้อเช้าสักเท่าไหร่นัก ท้ายที่สุด ถ้าคุณเดินทางไปกันแบบเป็นคู่
ท่องไว้ในใจเลยว่าต้องขอเตียงแบบดับเบิ้ล (letto matrimonial) เพราะปกติแล้วพวกเขาจะจัดเตียงแบบทวิน
(letti separate) ไว้ให้เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับนักเดินทางที่มากัน 2
คน
โรงแรมในอิตาลีที่แนะนำให้ลองไปพัก :
- โรงแรมสไตล์ปราสาท โดยบางโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่
12 เช่น โรงแรม Castello Della Castelluccia ในกรุงโรม คุณจะได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์อันยาวนานและสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่วิจิตรงดงาม
ขณะนั่งจิบไวน์รสเลิศและเพลิดเพลินกับภาพพระอาทิตย์ตกดินอันตระการตา
อินเดีย
แปลก มีเสน่ห์ และเก๋ไก๋ เหล่านี้คือคำที่เหมาะจะใช้จำกัดความห้องพักของโรงแรมในแดนภารตะ
ยิ่งไปกว่านั้น อัตราค่าห้องพักก็ยังน่าดึงดูดใจแบบสุดๆ เพราะคุณสามารถเข้าพักในโรงแรมระดับ
4 หรือ 5 ดาวในอินเดียได้ในอัตราค่าห้องพักระดับโรงแรม 3 ดาวของประเทศอื่น
โดยส่วนมากห้องจะมีขนาดกว้างขวางและตกแต่ง อย่างอลังการเพื่อสื่อถึงไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมของชาวอินเดียท้องถิ่น
นอกจากนี้ คุณยังจะได้พบกับห้องพักสไตล์โคเลเนี่ยลมากมาย (โดยเฉพาะในโรงแรมที่เก่าแก่สักหน่อย)
เนื่องจากอินเดียเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน แต่ข้อควรระวังก็คือ
อย่าดื่มน้ำจากก๊อกเด็ดขาด! เพราะเรื่องน้ำที่ไม่สะอาดเป็นปัญหาในอินเดียมาอย่างต่อเนื่อง
โรงแรมในอินเดีย ที่แนะนำให้ลองไปพัก
:
- โรงแรมสไตล์วัง มาดูกันว่าการได้พักอาศัยในแบบมหาราชาจะเป็นเช่นไร
และชื่มชมไปกับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำลึก โรงแรมอย่าง Fateh Prakash Palace
Hotel ในอุทัยปุระ หรือ The Raj Palace Hotel ในชัยปุระ ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับการสัมผัสกับประสบการณ์ในราชวัง